
บทที่ 1 ระบบฐานข้อมูล (Database System) ม.4/2 ส.5-1-12-64
Presentation
•
Computers
•
6th Grade
•
Easy
บชกรษ์ ศรีวิบูณร์
Used 1+ times
FREE Resource
12 Slides • 7 Questions
1
by บชกรษ์ ศรีวิบูณร์
2
ระบบฐานข้อมูล
ปัจจุบันการนาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดการเกี่ยวกับฐานข้อมูล (database) ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการสามารถทาได้รวดเร็วและถูกต้องแม่นยา ทาให้ประสิทธิภาพโดยรวมในการดาเนินการขององค์กรสูงขึ้นด้วยระบบฐานข้อมูล (Database System) คือการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมุลดังกล่าวได้ในลักษณะต่างๆ เช่น การเพิ่มข้อมูล (Add Data) การแทรกข้อมูล (Insert Data) การเรียกใช้ข้อมูล (Retrieve Data) การแก้ไขและลบข้อมูล (Update & Delete Data) ตลอดจนการเคลื่อนย้ายข้อมูล (Move Data) ไปตามที่กาหนด
3
ระบบฐานข้อมูลในมุมมองของผู้ใช้สามารถแบ่งออกตามลักษณะโครงสร้าง ซึ่งประกอบไปด้วยโครงสร้างหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ส่วน Font end และ Back end
1.Font End เป็นโปรแกรมประยุกต์ (Application) ที่อาจจะสร้างจากภาษาต่างๆ เช่น ภาษาระดับสูง CASE หรือภาษาอื่นๆ ส่วนนี้โดยปกติจะรองรับการทางานของผู้ใช้ (End User) เพื่อทาหน้าที่ติดต่อกับระบบ
2.Back End เป็นส่วนที่ทาหน้าที่ในการจัดการกับระบบฐานข้อมูลทั้งหมด ในแง่ของการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลจริง ได้แก่ การปฏิบัติการต่างๆ กับข้อมูล, การจัดทา Backup, การควบคุมความถูกต้องในการใช้ข้อมูลพร้อมกัน รวมไปถึงการควบคุมความปลอดภัยของระบบ เป็นต้น
4
เนื่องจากฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล ให้มีลักษณะเป็นศูนย์กลางข้อมูลอย่างเป้ฯระบบ ในกรณีที่มีผู้ใช้ร่วมกันหลายคน (Multi-User) ข้อมูลจะต้องสามารถเรียกใช้ร่วมกันได้ ซึ่งในทางปฏิบัติผู้ใช้จะมองภาพของข้อมูล ที่แตกต่างกันไปตามระดับของการออกแบบระบบ
5
ในส่วนของ Hardware ที่เกี่ยวช้องกับระบบ จะพิจารณาถึงส่วนประกอบที่สาคัญสองประการ ส่วนแรกคือ สื่อในการเก็บข้อมูล (Secondary Storage) ได้แก่ การเก็บข้อมูลด้วย Magnetic Disk รวมไปถึงการติดต่อระหว่างอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น I/O Device ต่างๆ ส่วนที่สองจะเกี่ยวข้องกับความเร็วในการทางานของโปรเซสเซอร์และเมมโมรี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดของข้อมูลในระบบและจานวนของผู้ใช้เป็นตัวกาหนด
6
ในระบบฐานข้อมูลจะมีบุคลากรที่เกี่ยวช้องดังนี้
Programmer เป็นบุคลากรที่ทาหน้าที่เขียนโปรแกรมประยุกต์ใช้งาน เพื่อการจัดเก็บและการเรียกใช้งาน เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้
End User เป็นบุคลากรที่ทาการใช้ข้อมูลจากระบบ ซึ่งโดยปกติจะทางานใน 3 ลักษณะ คือ การอ่าน (Read Only), การเพิ่มหรือลบข้อมูล (Add/Delete) และการแก้ไขข้อมูล (Modify Data) เป็นต้น
DBA (Database administrator) เป็นบุคลากรที่ทาหน้าที่เป็นผู้ควบคุม และบริหารงานของระบบฐานข้อมูลทั้งหมด นั่นคือจะเป็นผู้ที่ต้องตัดสินใจว่าข้อมูลใด ที่จะรวบรวมเข้าสู่ระบบรวมไปถึงเป็นผู้กาหนดกฏเกณฑ์ที่ใข้ภายในระบบ เช่น วิธีการในการจัดเก็บข้อมูล การเรียกใช้ข้อมูลตลอดจนการกาหนดการรัษาความปลอดภัยในระบบ เป็นต้น
7
Software ทาหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ใช้ และข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในสื่อต่างๆ Software ในส่วนนี้เรียกว่า Database Management System (DBMS) นั่นคือ ความต้องการใช้ข้อมูลจากผู้ใช้จะถูกจัดการโดย DBMS เพื่อที่จะทานในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกใช้ข้อมูลการจัดทารายานและการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขในรูปแบบต่าง ๆ
8
ระบบฐานข้อมูลจะมีแนวคิดในการจัดการกับตัวข้อมูลโดยตรง นี่นคือความพร้อมของข้อมูลที่จะถูกเรียกใช้ได้ทันทีที่ต้องการ นอกจากนี้แล้วข้อมูลในระบบจะถูกใช้ร่วมกัน (Shared Data) โดยผู้ใช้แต่ละคนจะมองเห็นระบบฐานข้อมูล ที่แตกต่างกันตามลักษณะการทางานที่ได้ถูกกาหนดไว้โดยผู้ออกแบบระบบ
ผลกระทบของการประมวลผลด้วยระบบฐานข้อมูล
9
ลดความซ้าซ้อนของข้อมูล (Minimal Data Redundancy) การจัดเก็บข้อมูลในลักษณะเป็นแฟ้มข้อมูล อาจทาให้ข้อมูลประเภทเดียวกันถูกเก็บไว้หลายๆ แห่ง ทาให้เกิดความซ้าซ้อนของข้อมูลขึ้นได้ ดังนั้นการนาข้อมูลรวมมาเก็บไว้ในระบบฐานข้อมุลจะช่วยลดปัญหาความซ้าซ้อนของข้อมูลได้
หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูลได้ (Consistency of Data) การจัดเก็บข้อมูลในลัษณะเป็นแฟ้มข้อมูล โดยที่ข้อมูลเป็นเรื่องดียวกัน อาจมีอยู่ในหลายแฟ้ม ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งของขอ้มูลขึ้นได้ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการแก้ไขข้อมูลที่แฟ้มแห่งหนึ่ง แต่มิได้แก้ไขข้อมูลเรื่องเดียวกันที่อยู่ในไฟล์อื่นๆ ทาให้ข้อมูลนั้นๆ แตกต่างกันได้
10
จากัดความผิดพลาดในการป้อนข้อมูลให้น้อยที่สุด (Data Integrity) บางครั้งความผิดพลาดของข้อมูล อาจเกิดขึ้นจากการป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบดังนั้นในระบบจัดการฐานข้อมูล จึงจาเป็นที่จะต้องกาหนดกฏเกณฑ์ในการรับข้อมูลจากการปัอนของผู้ใช้ เพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้
สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (Sharing of Data) เนื่องจากระบบฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน เมื่อผู้ใช้ต้องการเรียกใช้ข้อมูลจากแฟ้มข้อมูลที่แตกต่างกัน ก็จะสามารถทาได้โดยง่าย
สามารถกาหนดความเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ (Enforcement of Standard) การเก็บข้อมูลไว้ด้วยกันจะสามารถกาหนด และควบคุมความมีมาตรฐานของข้อมูลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ ดังนั้นจึงทาให้ระบบเกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น
11
สามารถกาหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้ (Security and Privacy Control) เนื่องจากระบบจะทาการกาหนดระดับของผู้ใช้แต่ละคน ตามลาดับความสาคัญของผู้ใช้ดังนั้นจึงสามารถที่จะควบคุมและดูแลความปลอดภัยของข้อมูลภายในระบบได้ดียิ่งขึ้น
ข้อมูลมีความเป็นอิสระ (Data Independence) ระบบฐานข้อมูลจะทาหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงกับโปรแกรมประยุกต์ ที่ทางานกับข้อมูลโดยตรง การแก้ไขข้อมูล เช่น ต้องการเปลี่ยนรหัสไปรษณีย์จากเลข 4 หลัก เป็นเลข 5 หลัก ก็จะทาการแก้ไขข้อมูลที่เป็นรหัสไปรษณ๊ย์เฉพาะโปรแกรมที่เรียกใช้รหัสไปรษณีย์เท่านั้น ส่วนโปรแกรมอื่นจะเป็นอิสระต่อการเปลี่ยนแปลงนี้
12
ขั้นตอนการออกแบบดาเนินการและการบารุงรักษามีต้นทุนที่สูง เนื่องจากระบบต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในการออกแบบระบบ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน Hardware และ Software รวมไปถึงราคาอุปกรณ์ที่ใช้มีราคาค่อนข้างสูง
ระบบมีความซับซ้อนจาเป็นต้องมีผู้ดูแลระบบที่ถูกฝึกมาอย่างดี เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ผิดพลาดอันอาจจะเกิดขึ้นได้
การเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของระบบ เนื่องจากข้อมูลอาจถูกจัดเก็บแบบรวมศูนย์ (Centralized Database System) ความล้มเหลวของการทางานบางส่วน อาจทาให้ระบบฐานข้อมูลโดยรวมหยุดชะงักการทางานได้
13
Open Ended
ให้นักเรียนให้ความหมายของระบบฐานข้อมูล (Database System)
14
Open Ended
โครงสร้างของระบบ (structure of Databases) มีอยู่ 2 ได้แก่
15
Open Ended
ให้นักเรียนอธิบายเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล (Data) มีอะไรบ้างพร้อมยกตัวอย่าง
16
Open Ended
แนวคิดการออกแบบฐานข้อมูล (Database Approach) คืออะไร
17
Open Ended
ข้อดีของการประมวลผลด้วยระบบฐานข้อมูล มีอะไรบ้าง (พร้อมยกตัวอย่างประกอบ)
18
Open Ended
ข้อเสียของการประมวลผลด้วยระบบฐานข้อมูล มีอะไรบ้าง (พร้อมยกตัวอย่างประกอบ)
19
Open Ended
ข้อเสียของการประมวลผลด้วยระบบฐานข้อมูล มีอะไรบ้าง (พร้อมยกตัวอย่างประกอบ)
by บชกรษ์ ศรีวิบูณร์
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 19
SLIDE
Similar Resources on Wayground
16 questions
เพลงสำหรับเด็กปฐมวัย
Presentation
•
KG
11 questions
จิตดี ชิวิตเป็นสุข
Presentation
•
KG
9 questions
แบบทดสอบ ทบทวน ESP32
Presentation
•
6th Grade
16 questions
หลักธรรม ป.5
Presentation
•
5th - 6th Grade
19 questions
เทคโนโลยีน่ารู้ ม.1
Presentation
•
7th Grade
10 questions
การสร้างรหัสผ่านที่ปลอดภัย
Presentation
•
5th Grade
10 questions
เรื่องที่ 4 “มารยาทและความรับผิดชอบในการใช้อินเทอร์เน็ต
Presentation
•
5th Grade
11 questions
Flow Chart
Presentation
•
7th Grade
Popular Resources on Wayground
10 questions
Safety Day 2026 – Student Review
Quiz
•
9th Grade
21 questions
Continents and Oceans
Quiz
•
6th Grade
20 questions
Parts of Speech
Quiz
•
5th Grade
16 questions
Subject & Predicate
Quiz
•
5th Grade
25 questions
Multiplication Facts
Quiz
•
5th Grade
12 questions
Map Skills
Quiz
•
3rd Grade
22 questions
Continents and Oceans
Quiz
•
5th Grade
15 questions
Rounding Decimals
Quiz
•
5th Grade